Monthly Archives: August 2021

การสลายไขมันด้วยความเย็นเจ็บไหมและข้อดีมีอะไรบ้าง

Coolsculpting คือ การสลายไขมันด้วยความเย็น โดยจะแช่แข็งเฉพาะเซลล์ในชั้นไขมันเท่านั้น เนื่องจากเซลล์ไขมันจะพิเศษคือไวต่ออุณหภูมิมากกว่าเซล์ชนิดอื่นๆ (ตัวอย่างเช่นเรานำอาหารที่มีไขมันไปแช่ตู้เย็นธรรมดาส่วนที่เป็นไขมันจะแข็งตัวและแยกชั้นไวมาก) เครื่องสลายไขมันด้วยความเย็นใช้หัวดูดผิวเพื่อดึงชั้นไขมันเข้ามาไว้ในหัวของเครื่อง คล้ายๆ เราหยิกไขมันที่พุงขึ้นมา ซึ่งในหัวดูดจะปล่อยความเย็น -11°C แช่แข็งก้อนไขมันที่ถูกดูดขึ้นมานาน 35 นาทีในแต่ละจุด หลังจากที่เซลล์ไขมันถูกแช่แข็งครบเวลา ก็จะใช้การนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันตายและลดจำนวนลงแบบถาวร และจะถูกร่างกายกำจัดออกไปเองตามธรรมชาติ

ข้อดีของสลายไขมันด้วยความเย็นคือ เป็นโดยเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็น ที่จะไม่ทำอันตรายต่อผิวหนังชั้นนอก ไม่เคยเกิดกรณีเคสผิวไหม้จากความเย็นเลยเนื่องจากสลายไขมันด้วยความเย็นมีระบบ Freeze detect คือเครื่องจะหยุดทำงานทันทีที่ตรวจเจอความเย็นในผิวชั้นบนที่มากเกินไป ซึ่งในเครื่องเลียนแบบเกรดต่ำยี่ห้ออื่นๆ มักจะเจอผลข้างเคียงเรื่องผิวไหม้จากความเย็นได้ง่าย

การสลายไขมันด้วยความเย็น ในช่วง 3-4 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลว่าสัดส่วนเล็กลง เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน ซึ่งในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังทำ จะบวมในจุดที่เซลล์ไขมันมันตายและค้างอยู่ เพราะร่างกายต้องใช้เวลา เพื่อค่อยๆลำเลียงเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกไปตามระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง ระยะเวลาในการพักฟื้นเนื่องจากอาการปวดระบมคือ 7-10 วัน

การสลายไขมันด้วยความเย็นเจ็บไหม ตอนที่เจ็บที่สุดคือตอนที่นวดหลังจากแช่แข็งไขมัน (ซึ่งจำเป็นต้องนวดเพื่อให้เซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งตาย หากไม่นวดจะได้ผลน้อยลง 60% ) หลังนวดอาจมีอาการเขียวช้ำได้ในบางเคส อาการปวดระบมในช่วง 7-10 วันหลังทำจะคล้ายๆอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนักๆในจุดที่ทำการสลายไขมันด้วยความเย็นในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกจะมีอาการบวมในจุดที่ทำ และจะมีอาการชาและคันเล็กน้อยในช่วง 1 เดือนแรก จะเริ่มเห็นผลว่าชั้นไขมันยุบลงเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน เห็นผลเต็มที่ใช้เวลา 3 เดือน สามารถทำเพิ่มได้ในจุดเดียวกันเมื่อผ่านไป 1 เดือน https://www.theklinique.com/new-coolsculpting-3

การใช้งานที่แตกต่างกันของโพลิเมอร์

หากมองไปรอบ ๆ ตัว ข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยพลาสติก ขณะที่บางอย่างก็เป็นยาง ซิลิโคน เส้นใยจากพืชหรือจากสัตว์ เหล่านี้ก็คือชนิดของโพลิเมอร์ (Polymers) ซึ่งโพลิเมอร์นั้นอาจเป็นโพลิเมอร์ธรรมชาติหรือโพลิเมอร์สังเคราะห์ก็ได้ สำหรับโพลิเมอร์ธรรมชาติ เป็นโพลิเมอร์ที่ได้มาจากธรรมชาติหรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ครั่ง ยางเรซิน เส้นใยเซลลูโลสที่นำมาใช้ในการผลิตกระดาษหรือสิ่งทอ เป็นต้น ส่วนโพลิเมอร์สังเคราะห์ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ที่มนุษย์ผลิตขึ้น จะพบได้ในรูปของพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ โดยมีทั้งพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น (เทอร์โมพลาสติก) และพลาสติกที่มีความแข็งอย่างถาวร (เทอร์โมเซต)

โพลิเมอร์มาจาก คำว่า “พอลิ (Poly-)” ซึ่งหมายถึง จำนวนมาก และ “เมอร์ (-mer) ซึ่งหมายถึง ส่วน ดังนั้น โพลิเมอร์ ก็คือ สารประกอบทางเคมีที่ประกอบไปด้วยโมเลกุลเล็ก ๆ ชนิดเดียวกันจำนวนมากถึงเกือบล้านโมเลกุล มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนซ์เป็นสายโซ่ยาว และโมเลกุลเล็ก  ๆ จำนวนมากเหล่านี้ก็คือ มอนอเมอร์ (Monomer) โพลิเมอร์ถูกนำมาใช้ผลิตทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของเล่น วัสดุก่อสร้าง ฉนวนกันความร้อน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย เนื่องจากโพลิเมอร์มีสมบัติพิเศษหลายประการ จึงสามารถปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันได้อย่างหลากหลาย ซึ่งสมบัติพิเศษของโพลิเมอร์นั้น ได้แก่

  1. ทนต่อสารเคมี

สังเกตได้จากน้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ ภายในบ้านที่่มักมีบรรจุภัณฑ์ทำจากพลาสติก น้ำยาเหล่านี้มีความรุนแรงที่สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง ดวงตา หรือหากเข้าสู่ร่างกายก็อาจทำลายอวัยวะภายในได้ แต่สำหรับพลาสติกแล้วสามารถทนทานต่อสารเคมีเหล่านี้ได้ แม้ว่าตัวทำละลายอาจละลายพลาสติกบางชนิดได้ง่าย แต่พลาสติกส่วนใหญ่ก็ยังมีความทนทานต่อสารเคมีและมีความปลอดภัยอยู่ดี

  1. ทนทานต่อแรงกระแทก

พลาสติกบางชนิดมีความทนทานต่อแรงกระแทก การใช้งานที่สมบุกสมบัน ซึ่งถูกนำมาใช้ผลิตกระเป๋าเดินทาง กันชนรถยนต์ เป็นต้น

  1. มีความเหนียวและยืดหยุ่น

โพลิเมอร์บางชนิดสามารถทำให้ร้อนและเปลี่ยนรูปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งสมบัตินี้ทำให้ง่ายต่อกระบวนการผลิตและสะดวกต่อการรีไซเคิล สามารถนำไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารด้วยการฉีดขึ้นรูปได้ นอกจากนี้ด้วยสมบัติความยืดหยุ่น เช่น ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ก็สามารถนำไปผลิตเป็นยางรถยนต์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ต้องการสมบัติความยืดหยุ่นได้

  1. เป็นทั้งฉนวนความร้อนและฉนวนไฟฟ้า

โพลิเมอร์เป็นทั้งฉนวนความร้อนและฉนวนไฟฟ้า และด้วยสมบัตินี้เราจึงเห็นอุปกรณ์จำพวกสายไฟ ปลั๊กไฟฟ้า ผลิตหรือถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุโพลิเมอร์ ส่วนสมบัติเป็นฉนวนความร้อนจะเห็นได้ชัดเจนจากหูหม้อหรือด้ามกระทะ ที่ทำจากโพลิเมอร์ ซึ่งช่วยให้เราสามารถทำอาหารได้อย่างสะดวกขึ้น แม้แต่ตู้เย็นหรือกระติกน้ำก็มีโพลิเมอร์เป็นองค์ประกอบด้วยเช่นกัน

  1. มีน้ำหนักเบา

โพลิเมอร์มีน้ำหนักเบา ซึ่งระดับความแข็งแรงและน้ำหนักของพอลิเเมอร์นั้นจะแปรผันตามกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงมีการนำไปประยุุกต์ใช้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ของเล่นเด็กไปจนถึงโครงสร้างของสถานีอวกาศ นอกจากนี้โพลิเมอร์บางชนิดยังสามารถลอยน้ำได้ ขณะที่บางชนิดก็จมน้ำ แต่เมื่อเปรียบเทียบความหนาแน่นระหว่างหิน คอนกรีต เหล็ก ทองแดง หรืออะลูมิเนียมแล้ว พลาสติกทุกชนิดมีน้ำหนักเบากว่าวัสดุที่กล่าวมาอยู่ดี

เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้ได้นาน เดี๋ยวนี้น้อยคนที่จะทราบทางเลือกซื้อรางปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟฟ้าสามตา ปลั๊กพ่วง ที่ถูก ทั้งๆที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ ไม่ใช่เลือกแค่เพียงสีสันสวยงาม แต่ว่าอยากให้พิจารณาถึงความปลอดภัยเป็นหลักมากกว่า

ปลั๊กพ่วงมีนาทุ่งนาประการแบบ ทั้งราคาถูก ราคาแพง แม้ว่าควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ใช้ของที่มีคุณภาพ ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า มีของจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตแล้วหลังจากนั้นก็ทรัพย์สิน แล้วจะเลือกอย่างไรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ไฟไม่รั่ว ไม่ช็อต ทดลองดูขั้นตอนการเลือกซื้อปลั๊กไฟ กันจ้ะ

1. เขย่าก่อนซื้อ แนวทางในการเลือกซื้อ “ปลั๊กพ่วง” ทุกหน ควรเขย่าก่อนซื้อ เพื่อฟังเสียงด้านในของปลั๊กไฟฟ้า ใคร่ครวญว่ามีส่วนประกอบด้านในหลุดไหม ถ้าหากมีเสียงตอนเขย่าอาจเป็นเพราะเนื่องจากการหลุดของตะกั่วบัดกรี ถ้าหากซื้อมาใช้โดยที่ไม่เขย่าเพื่อตรวจสอบก่อน อาจเป็นสาเหตุของการเกิดไฟลุกได้

2. ดูสายไฟ เลือกสายไฟที่มีเครื่องหมายมอก. หรือมาตรฐานของ IEC มีสายไฟภายใน 3 เส้น รวมถึงจะต้องมีฉนวนห่อ 2 ชั้น เพื่อคุ้มครองการหักงอหรือถูกของมีคมทำให้สายไฟพังทลาย เลือกความยาวที่เหมาะสมกับการใช้แรงงาน รวมทั้งการเลือกขนาดของสายไฟ ถ้าหากว่าจึงควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายหมวดหมู่ในเวลาเดียวกันหรือใช้ประโยชน์ต่อพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เอาเปรียบไฟจำนวนมาก ชี้นำใช้สายไฟที่มีขนาดใหญ่ เพื่อส่งกำลังไฟและสามารถรองรับไฟฟ้าได้ดีมากว่า ซึ่งขนาดของสายไฟ ต้องมีขนาดสายไฟไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 0.824 ตารางมิลลิเมตรหรือสายเบอร์18 (AWG) เพื่อรองรับโหลดกระแสไฟได้สูงหน่อย

3. ปลั๊กไฟ หรือ หัวปลั๊กไฟ ควรที่จะทำการเลือกปลั๊กไฟฟ้าหรือหัวปลั๊กไฟฟ้า แบบขากลม แทนขาแบน เหตุเพราะเป็นมาตรฐานมอก. ของประเทศไทย รวมทั้งมีฉนวนห่อที่ต้นขาปลั๊กไฟทั้งสองขา เพื่อป้องกันไม่ให้นิ้วสัมผัสขาปลั๊กไฟที่มีไฟ

4. เต้ารับ เต้ารับจำนวนหลายชิ้นมักเป็นพลาสติก ฉะนั้น ให้ดูความสามารถของพลาสติกด้วย และก็ต้องเป็นข้าวของที่ไม่สามารถติดไฟได้ อย่างเช่น พลาสติก ABS หรือ โพลีคาร์บอเนต ที่เป็นพลาสติกสมรรถนะสูง พลาสติกที่ไม่ติดไฟ แล้วหลังจากนั้นก็ทนความร้อนสูง ส่วนขาเต้ารับ เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของแผงวงจรข้างใน น่าจะทำจากทองเหลืองหรือทองแดง เพราะเหตุว่านำกระแสไฟได้ดีมากว่าเหล็กชุบสีหรือโลหะอื่นๆเมื่อใช้ไปครู่เดียวขาแทงถูกใจไม่ถ้วนถี่ อาจมีการอาร์คขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปลั๊กพ่วงไหม้ได้

5. รางปลั๊กพ่วง ควรทำจากวัสดุคุณภาพสูง มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ ตัวอย่างเช่น พลาสติก ABS, AVC หรือ PC ซึ่งทนความร้อนรวมทั้งแรงชนได้ดีมากยิ่งกว่า ยกตัวอย่างเช่น พลาสติก PVC ช่วยลดการเสี่ยงการเกิดไฟลุกกรณีเกิดความร้อนสูง, พลาสติก AVC เนื้อพลาสติกจะเนียน และก็ทนต่อความร้อนได้ดีมากว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) ก็เลยช่วยลดการเสี่ยงจากไฟลุกกรณีเกิดความร้อนสูงที่ปลั๊กไฟพ่วง

6. ระบบไฟ ปลั๊กพ่วงที่ดีต้องบอกพิกัดไฟสูงสุดที่สามารถรองรับได้ เป็นต้นว่า 220V 2500W 10A ซึ่งหมายความว่า แรงกดดันกระแสไฟของประเทศไทยกำหนดให้ใช้งานระหว่าง 220 – 250 อวดล์ต (V) ใช้กำลังไฟสูงสุดไม่เกิน 2500 วัตต์ (W) รวมทั้งทนกระแสไฟได้สูงสุด 10 แอมแปร์ (A) มีระบบระเบียบตัดไฟ มีฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ ที่ตัดกระแสไฟฟ้าเกิน เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าสูงมากไปกว่าที่สายไฟจะทนได้

7. มีสายดิน เสมอเหมือนจะไม่จำเป็นแต่ก็สำคัญ เพราะว่าในเรื่องที่เกิดไฟช็อต หรือ ไฟรั่ว ไฟฟ้ากลุ่มนี้จะไหลผ่านเข้าไปที่สายดินแทน ทำให้เราไม่ได้รับอันตรายจากการเกิดไฟรั่ว แนวทางในการเลือกซื้อปลั๊กพ่วง ปลั๊กไฟ ปลั๊กไฟสามตา น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเมื่อได้อ่านบทความนี้ ต่อไปถ้าจะเลือกซื้อปลั๊กไฟควรที่จะเอาใจใส่แล้วก็ใช้เวลาเลือกกันบางส่วน เพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ แล้วก็ตามมาตรฐาน ช่วยปกป้องไฟฟ้าลัดวงจรรวมทั้งไฟลุกได้ พึงใจอุปกรณ์ไฟฟ้า Apelectric รวมอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจร เราขายทั้งยังปลีกแล้วหลังจากนั้นก็ส่งไปทั่วทั้งประเทศ

4 เทคนิคการเล่น บาคาร่าออนไลน์

ขึ้นชื่อว่าเกมพนันนั้นมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้นหลายคนจึงได้ค้นหาวิธีการเล่นใหม่ๆรวมถึงเทคนิคต่างๆเพื่อช่วยในการทำกำไรกับเกมพนัน โดยเฉพาะกับเกม บาคาร่าออนไลน์ ที่มีเหล่าเซียนคิดค้นสูตรออกมามากมายเนื่องจากเป็นเกมที่ฮิตมากที่สุด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลายๆครั้งที่ผ่านมามีการคิดค้นเทคนิคมากมายเพื่อใช้ในการเอาชนะ เกมบาคาร่า (Baccarat) ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างหรือล้าหลังไปแล้ว

ซึ่งวันนี้ทางเราก็ได้รวบรวมสูตรการเล่น superslot ที่ยังใช้ได้จริงมาแนะนำกันเพื่อให้ไปทำกำไรกันแบบไม่ยาก สูตรหรือเทคนิคต่างๆที่เราเตรียมมาวันนี้สามารถใช้ได้จริง แต่ก็ต้องมีวิจารณญาณในการเล่นด้วย ถ้าหากว่าได้กำไรแล้วยังเล่นต่อไปเรื่อยๆก็อาจจะทำให้เสียเงินได้เหมือนกัน ดังนั้นควรเล่นแต่พอดี เป็นเทคนิคในการดูเพื่อเดิมพัน บาคาร่า ให้ลองสังเกตดูจากสถิติการออกผลในห้องที่เล่นอยู่

ลองดูว่าฝั่งที่ชนะนั้นมักจะมีอัตราการชนะบ่อยครั้งมากกว่า ซึ่งหากเมื่อเลือกเดิมพันในข้างที่ชนะบ่อยอย่างเช่นฝั่งเจ้ามือชนะ 25 ฝั่งผู้เล่นชนะ 13 เช่นนี้การเลือกแทงแต่ฝั่งเจ้ามือก็อาจทำให้ได้กำไรมากกว่าจากสถิติแล้ว ฝั่งที่ชนะในตาแรก มักจะชนะในตาสองด้วย ฉะนั้นหากต้องการเล่นแบบเพลย์เซฟก็ให้แทงเบิ้ลติดกันสองครั้งในฝั่งที่ชนะ อาจจะมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าเช่นกัน แต่ก็ไม่มีอะไรที่รับประกันได้แบบ 100%

เพราะว่าเกมเดิมพัน เกมบาคาร่าออนไลน์ นั้นมีความเสี่ยงสูง สำหรับนักพนันที่มีทุนพอสมควร การเลือกแทบทบเป็นอีกทางเลือกในการทำเงิน แต่ต้องเป็นคนที่มีความแม่นยำในการสังเกตไพ่ด้วย เพราะหากว่าไม่แม่นยำอาจจะทำให้เสียมากกว่าได้เพราะลงเดิมพันมากเป็นสองเท่า ดังนั้นมือใหม่ควรเลี่ยงเทคนิคนี้ไปก่อน แต่หน้าเป็นนักพนันหน้าใหม่ใจถึงและกระเป๋าหนัก จะลองดูก็ไม่เสียหาย

ลงทุนระยะยาวกับ ธุรกิจออนไลน์ ที่มีให้เลือกใช้บริการได้ง่ายทุกที่ตามต้องการได้ไม่ยาก

ลงทุนระยะยาวกับ ธุรกิจออนไลน์ ที่มีให้เลือกใช้บริการได้ง่ายทุกที่ตามต้องการได้ไม่ยาก

สร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นในเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ ในตอนนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากการเรียนรู้ข้อมูลสำหรับเพื่อการเริ่มทำธุรกิจนั้น ในขั้นแรกเองของความมั่นคงยั่งยืนสำหรับในการทำธุรกิจนั้นมีมุมมองที่รู้เรื่องได้แล้วว่าต้องมีการใคร่ครวญให้ดีก่อนจะเริ่มสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาในความปรารถนาสร้างรายได้จากฐานธุรกิจของตนเองให้เกิดมานั้น 

ควรจะมีการสำรวจการตลาด ความอยากได้ของลูกค้า แล้วก็ความชำนาญทางวิชาความรู้ของตนเอง ที่จะทำให้กระบวนการทำธุรกิจเวลานี้สามารถสร้างฐานรายได้ให้กับความยั่งยืนและมั่นคงในธุรกิจของตนปัจจุบันนี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ธุรกิจออนไลน์ สามารถเริ่มที่จะลงทุนสำหรับเพื่อการสร้างรายได้กันในตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปในเมื่อกระบวนการทำธุรกิจที่มีผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นมีการเข้าถึงกรุ๊ปลูกค้าได้ง่ายเพิ่มขึ้น 

และก็ยังได้โอกาสสำหรับการขยายฐานธุรกิจของตนเองให้สร้าง ความเชื่อมั่นและมั่นใจแก่ลูกค้าได้ในเมื่อแนวทางการทำธุรกิจเวลานี้เองมีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นหนทางช่วยทำให้รายได้มีการเข้ามาเวียนข้างในระบบเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จำเป็นต้องระลึกถึงนั้นต้องไม่ลืมเลือนเรื่องของประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และก็การบริการที่จำเป็นต้องต่อลูกค้าที่ได้เลือกเข้ามาใช้บริการตอนนี้กันได้แล้ว

สำหรับในการเริ่มทำธุรกิจกำลังแปลงเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการสร้างจังหวะหาเงินเข้ามาเวียนข้างในระบบได้มากขึ้นกว่าเดิม จากการบริการที่ได้มีเปิดให้ร่วมในเวลานี้ จะมองเห็นได้ว่าการทำธุรกิจออนไลน์ แปลงเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวิถีทางสำหรับเพื่อการทำธุรกิจซึ่งสามารถลงทุนระยะยาว รวมทั้งสร้างฐานรายได้ให้มีความยั่งยืนมากยิ่งกว่าเดิมกันได้แล้ว 

ย่ารอคอยช้าที่จะเลือกมองหาแนวทางการสำหรับการเริ่มทำธุรกิจเป็นของตนเองจากระบบออนไลน์ ที่ได้เปลี่ยนมาเป็นหนทางสำหรับการใช้บริการที่เหมาะสมกับลูกค้าที่ได้โอกาสสำหรับการสร้างแรงผลักดันให้กำเนิดสิ่งที่มีความต้องการเลือกใช้บริการกันได้เพียงแค่ปฏิบัติตามความรู้สึกของตน